Skip to main content

หน้าหลัก

สารจากเลขาธิการสหประชาชาติและแถลงการณ์ของผู้นำกลุ่มประเทศ G20 เกี่ยวกับการแพร่ระบาดใหญ่ทั่วโลกของเชื้อไวรัส COVID 19

สารจากเลขาธิการสหประชาชาติและแถลงการณ์ของผู้นำกลุ่มประเทศ G20 เกี่ยวกับการแพร่ระบาดใหญ่ทั่วโลกของเชื้อไวรัส COVID 19

 

เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๓ นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ได้มีสารถึงกลุ่มประเทศ G20 เรียกร้องให้ร่วมมือกันต่อสู้ภัยวิกฤติเชื้อไวรัส COVID 19 ซึ่งต่อมาประเทศ G20 ได้จัดประชุมวาระพิเศษทางไกลผ่าน digital video conference เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๓ เพื่อตอบสนองต่อสารของเลขาธิการสหประชาชาติ

สารของเลขาธิการสหประชาติสรุปได้ว่า ภาวะการระบาดใหญ่ทั่วโลกของเชื้อไวรัส COVID 19 ส่งผลให้เกิดวิกฤติด้านสุขภาพของมนุษยชาติและการพลิกคว่ำทางเศรษฐกิจทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศที่ร่ำรวย โดยไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่า สถานการณ์นี้จะยาวนานแค่ไหนและจะก่อความเสียหายเพียงใดต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชน เราต้องต่อสู้กับ COVID 19 ในลักษณะเดียวกับการใช้แผนยามเกิดสงคราม เลขาธิการสหประชาชาติเสนอมาตรการสำคัญ ๓ ประการต่อประเทศ G20 เพื่อการรับมือกับวิกฤติ COVID 19 ได้แก่

(๑) การประสานงานและการร่วมมือเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ในทุกแห่ง โดยขอให้ผู้นำของประเทศ G20 ดำเนินกลไกการหยุดยั้งการแพร่ระบาดตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก (World Health Organisation: WHO) อันเป็นกลไกที่จะสร้างความเข้มแข็งให้     ทั่วโลกสามารถรับมือกับวิกฤติและหยุดยั้งการแพร่เชื้อไวรัสได้ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจหาเชื้อ การสืบหาเส้นทางการแพร่เชื้อ การกักตัว การรักษา การจำกัดการเดินทาง และการจำกัดการสัมผัสระหว่างบุคคล จนกว่าจะสามารถคิดค้นวัคซีนได้สำเร็จ ขณะเดียวกันขอให้ผู้นำของประเทศ G20 ยกเลิกมาตรการทางภาษี การคว่ำบาตรทางการค้า และเงื่อนไขจำกัดการส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์และสินค้าจำเป็นต่อการรับมือกับ COVID 19

(๒) การลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจและสังคมให้มีน้อยที่สุด พร้อมกับฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจและสังคมให้กลับคืนภาวะปกติให้เร็วที่สุดในทุกแห่ง ซึ่งจำเป็นต้องมีการอัดฉีดทรัพยากรเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมของทั้งโลกเพิ่มขึ้น ในขณะที่การดำเนินธุรกิจตามปกติไม่สามารถกระทำได้ เลขาธิการสหประชาชาติเรียกร้องให้ผู้นำของประเทศ G20 ริเริ่มดำเนินมาตรการทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่จะทำให้เม็ดเงินไหลไปสู่ภาคธุรกิจ แรงงาน และครัวเรือนต่าง ๆ ได้โดยตรง อันรวมถึง การขยายขอบเขตสิทธิประโยชน์ที่เป็นตัวเงิน การให้ความคุ้มครองทางสังคม การลดภาษี การลดดอกเบี้ย การจัดให้มีแหล่งเงินกู้ และการอุดหนุนค่าจ้าง ความช่วยเหลือจากประเทศ G20 จะบรรเทาภาวะล้มละลายของภาคการเงินเอกชนในประเทศกำลังพัฒนาได้ ทั้งนี้ สหประชาชาติจะดำเนินแผนรับมือเพื่อมนุษยธรรม โดยเริ่มในประเทศที่มีความเปราะบางต่อวิกฤติ COVID 19 มากที่สุด จำนวน ๔๐ ประเทศ และขอให้ผู้นำของประเทศ G20 สนับสนุนการดำเนินแผนรับมือนี้

(๓) การร่วมกันรับผิดชอบฟื้นฟูสิ่งต่าง ๆ ให้ดีขึ้น โดยให้เศรษฐกิจมีความยั่งยืน ทั่วถึง และเท่าเทียม ภายใต้กรอบงานแห่งวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. ๒๐๓๐ และความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาส การประชุมวาระพิเศษที่จะมีขึ้นของผู้นำประเทศ G20 จะนำมาซึ่งการตัดสินใจที่เป็นความคืบหน้าในการต่อสู้กับ COVID 19 และสร้างความเชื่อมั่นและความหวังให้เกิดขึ้นอีกครั้ง สหประชาชาติพร้อมที่จะทำงานร่วมกับประเทศ G20 เพื่อช่วยเหลือประเทศต่าง ๆ ทั้งปวง

ผู้นำประเทศ G20 ได้จัดประชุมทางไกลเป็นวาระพิเศษขึ้นเมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๓ โดยมีซาอุดิอาระเบียเป็นประธาน มีผู้นำประเทศ G20 (อาร์เจนตินา ออสเตรเลีย บราซิล อังกฤษ แคนาดา จีน ฝรั่งเศส เยอรมนี อินเดีย อินโดนีเซีย อิตาลี ญี่ปุ่น เม็กซิโก รัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ ตุรกี สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป) ผู้นำประเทศนอกกลุ่ม G20 เช่น สเปน จอร์แดน สิงคโปร์ ตลอดจน สหประชาชาติ และองค์กรระหว่างประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมประชุมทางไกลด้วย

สืบเนื่องจากการประชุมข้างต้น ผู้นำประเทศ G20 ได้ออกแถลงการณ์สรุปได้ว่า

(๑) ประเทศ G20 จะมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการร่วมต่อสู้กับภาวะการระบาดใหญ่ทั่วโลกของเชื้อไวรัส COVID 19 ไปพร้อมกับ WHO กองทุนการเงินระหว่างประเทศ กลุ่มธนาคารโลก สหประชาชาติ และองค์กรระหว่างประเทศอื่น ๆ  เพื่อ

–   ปกป้องชีวิต

–   รักษาตำแหน่งงานและรายได้ของประชาชน

–   ฟื้นฟูความเชื่อมั่น รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ฟื้นการเติบโตและความแแข็งแกร่งให้กลับคืน

–   ลดการหยุดชะงักทางการค้าและห่วงโซ่อุปทานโลก

–   ให้ความช่วยเหลือแก่ทุกประเทศที่ต้องการ

–   ประสานงานด้านสาธารณสุขและมาตรการต่าง ๆ ทางการเงิน

(๒) ในการต่อสู่กับภาวะการระบาดใหญ่ทั่วโลกนั้น ประเทศ G20 จะแบ่งบันและแลกเปลี่ยนข้อมูลทางระบาดวิทยาและทางการแพทย์อย่างโปร่งใสให้ทันท่วงที จะแบ่งปันสิ่งจำเป็นด้านการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนเสริมสร้างระบบสุขภาพในทั่วโลก รวมถึงสนับสนุนการดำเนินการตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ ค.ศ. ๒๐๐๕ อย่างครบถ้วน โดยขอให้ WHO จัดทำรายงานเกี่ยวกับช่องว่าง ในการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับภาวะการระบาดใหญ่ทั่วโลก เพื่อเสนอต่อที่ประชุมร่วมรัฐมนตรีการคลังและการสาธารณสุขของกลุ่ม G20 ที่จะมีขึ้นในเดือนเมษายน

(๓) ในการปกป้องเศรษฐกิจโลกนั้น ประเทศ G20 จะดำเนินการทุกอย่างที่สามารถลดความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมลงได้ และจะดำเนินมาตรการต่าง ๆ ที่สามารถคุ้มครองคนงาน สถานประกอบการขนาดย่อม ขนาดเล็ก และขนาดกลาง ทั้งยังจะสนับสนุนการคุ้มครองทางสังคมเพื่อให้ปกป้องกลุ่มเปราะบางได้ ประเทศ G20 จะอัดฉีดเม็ดเงินไม่น้อยกว่า ๕ ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (5 trillion US dollars) เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของโลก และขอให้รัฐมนตรีการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของประเทศสมาชิกร่วมทำงานกันอย่างใกล้ชิดกับองค์กรระหว่างประเทศต่าง ๆ เพื่อให้มีความช่วยเหลือทางการเงินระหว่างประเทศอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจาก ILO และ OECD ในการเฝ้าระวังผลกระทบของภาวะการระบาดใหญ่ทั่วโลกที่มีต่อการมีงานทำ

(๔) ในการแก้ไขปัญหาการหยุดชะงักทางการค้าระหว่างประเทศนั้น ประเทศ G20 จะทำให้มีการส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญ ผลิตผลทางการเกษตรที่จำเป็น และสินค้าและบริการอื่น ๆ ข้ามเขตแดน ในการนี้ ประเทศ G20 ยืนยันถึงการยอมรับในความสำคัญของบรรยากาศการลงทุนและการค้าที่มีเสถียรภาพ คาดการณ์ได้ โปร่งใส ไม่มีการเลือกปฏิบัติ เป็นธรรม และเสรี

(๕) ในการส่งเสริมความร่วมมือทั่วโลกนั้น ประเทศ G20 จะร่วมทำงานกับองค์กรระหว่างประเทศต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนและกระตุ้นแผนทางการเงิน ประเทศ G20 เสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อความสูญเสียอย่างร้ายแรงในทุกประเทศ โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาน้อยที่สุด ที่เห็นชัด คือ ประเทศในแถบแอฟริกาและประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กที่ระบบเศรษฐกิจและสุขภาพภายในประเทศไม่สามารถเอาชนะปัญหาของผู้อพยพและผู้พลัดถิ่นได้ ประเทศ G20 จะมอบหมายงานให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงประสานงานกันอย่างใกล้ชิดเพื่อแก้ไขปัญหาจากผลกระทบจากการระบาดใหญ่ทั่วโลกครั้งนี้ รวมถึงการจัดการการข้ามเขตแดนอย่างเหมาะสม และช่วยเหลือด้านการส่งประชาชนกลับประเทศ  

ฝ่ายแรงงาน คณะผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา

 

 

 

 

 


219
TOP